คิดในใจถึงที่รัก.........................
posted on 24 Oct 2007 01:39 by snopbiss
คิดในใจถึงที่รัก.........................
คืนนี้ผมยังนอนไม่หลับ.......อีกแล้วมันเป็นคืนที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ก็...อือ...ก็เสียงคำรามของแม่สิงโตป่ายังคงคำรามอยู่อย่างนั้น มันไม่ต่างจากเสียงหมูป่าหรือควายทมิฬตัวเขื่อง ที่คำรามตามป่าแถบแอฟริกาใต้ ไม่ใช่ใครหลอกครับ........เธอเป็นเมียผมเอง....เธอนอนอยู่ข้างผมนี้เหละ เธอกำลังหลับปุ๋ยไม่ต่างจากเด็กทารก ตอนนี้มันก็เกือบเช้าแล้ว
ผมยังกร่อมหูผมหลับไม่ได้เลย ช่วงระยะหลังนี้เมียผมไม่รู้เป็นอะไร
ตั้งแต่เธอแดก.....เอ้ย! กินนู้นกินนี้ อะไรที่คนโน้นคนนี้แนะนำว่าอร่อย
เธอก็ไปหามากินยกเว้นขี้!... ช่วง 2 อาทิตย์ก่อนผมไม่รู้ว่าเธอไปเอาความคิดนี้มาจากไหน เธอบอกว่าชีวิตคนเราสั้นนัก เธอก็เลย......ซัดโน้นซัดนี้ จนเธอติดเป็นนิสัย
ถ้าคุณเคยเห็นเจ้าหน้าที่ ที่คอยให้อาหารสัตว์....สัตว์อะไรดี?....อือ....ผมกำลังคิดถึงฮิปโป ใช่!ฮิปโป ถ้าคุณเห็นมันได้อาหารแล้วแต่มันยังอ้าปากอยู่ไม่ต้องสงสัย ประมาณนั้นแหละครับเมียผมเอง เธอบอกกับผมว่าจงมีความสุขกับอะไรก็ได้ให้เต็มที่และทำให้มีความสุขที่สุดแล้วชีวิตจะมีค่า จะไปกระแดะลดน้ำหนงน้ำหนักอดอาหารให้ทรมานตัวเองทำไม มันก็ถูกของเธอนะแต่!.....ผมก็ได้แต่ยิ้มที่มุมปากและทำตาปริบๆ เรามีลูกด้วยกัน 2 คนแล้ว
ผู้ชายคนผู้หญิงคน แม่ง!...ซนยังกับลิง ผมคิดในใจว่ากูก็ไม่ได้ไปเอากับกอลิลาที่ไหนนิหว่า....
ทำไม้ทำไม? มันถึงลิงได้ลิงดีเหลื่อเกิน ผมมีความความฝันช่วงก่อนว่า ผมอยากทำงานศิลปะและ คุลกคลีกับศิลปะอย่างเดียว แบบบ้าไปเลย เพราะช่วงก่อนผมไม่ได้ไปไหนเลย ผมจะหมกมุ่นอยู่กับห้องสี่เหลี่ยมกับ เฟรม สี และก็พู่กัน ทำตัวเหมือนผี ไม่ค่อยมีใครจะเจอผมเท่าไหร่ ยกเว้นวันที่เพื่อนๆผมมีนัดกัน วันนั้นก็จะเป็นวันที่ผมได้ปลดปล่อยความคิดและนั่งถกกัน ในตอน นั้นน่ะนะ ผมแอบรักผู้หญิงคนหนึง เธอน่ารักมากเลย ตัวเล็กตาโตมีรอยยิ้มสดใส ผมแอบมองเธอเวลาที่เธอมาเรียน ผมรู้ว่าเธอจะมากี่โมงและทุกวินาทีรู้สึกมันจะมีค่ากับผมเสมอ ช่วงเวลานั้นมันทำให้ผมอยากมาเรียนทุกวัน เพียงเพื่อจะได้เจอเธอทุกๆวัน ช่วงนั้นการเรียนของผมดีขึ้นมากเลย ภาพเขียนแต่ละภาพดูอ่อนโยนขึ้นไม่หม่นหมอง ผมก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าผมมีความอ่อนโยนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ก็พวกอาจารย์นี่แหละเกือบทุกคนพอได้เห็นงานของผมในช่วงนั้นแล้วก็บอกกับผมว่าผมเปลี่ยนไป ผมถึงได้รู้ว่างานของผมมันเปลี่ยนแปลงไปจริงๆ ในตอนนั้นผมคิดถึงแต่เรื่องของเธออย่างเดียว มันจะมีวิธีไหน?ไหมนะ..ผมถึงจะได้คุยกับเธอ ในคืนนั้นเองผมลองหยิบเฟรมขึ้นมาเขียนหน้าเธอโดยใช้ความรู้สึกนึกขึ้นมาผมใช้เวลาเขียน
ไม่นานมันก็เสร็จ.......มันคงเป็นความรู้สึกที่อยากจะทำและอารมณ์ตอนนั้นผมกำลังมีความสุขอยู่แน่ ผมถึงเขียนมันออกมาได้รวดเร็วนัก ผมมองดูรูปนี้ทั้งคืนเลย ดูไปดูมามันก็มีส่วนคล้ายเธออยู่บ้างอ่ะนะ อือ.....คืนนี้ ผมคงนอนไม่หลับแน่นอน เพราะผมตื่นเต้นจนข่มตาไม่ลงซักที พรุ่งนี้เธอคงแปลกใจแน่ ว่ามีใครก็ไม่รู้จักเอาห่อกระดาษมาให้เธอหน้าตาเฉย เธอคงคิดว่ามันเป็นระเบิดหรืออะไรก็ได้ที่เป็นไปในทางลบ เพราะดูจากบุคลิกของผมแล้วมันก็ไม่ผิด ที่จะทำให้เธอคิดแบบนั้น อือ................ผมขอตัดเรื่องนี้ไว้แค่นี้เลยดีกว่าเพราะว่าการตัดสินใจเอาของไปให้เธอในวันนั้น
มันทำผมและเธอได้มาเป็นแฟนกันถึงทุกวันนี้แหละครับ
เธอ .........ผู้หญิงที่น่ารักตัวเล็กๆตาโตคนที่ผมตามจีบมาตั้ง 7 ปีโน้น (นานขนาดนั้น)จะได้กลายร่างมาเป็นยายหมูน้ำนรกอ้วนพีอยู่อย่างนี่ เธอมักจะแต่งตัวด้วยชุดสีบานเย็น ซึ้งเธอบอกว่ามันเป็นสีทีทำให้เธอดูดีและสะอาดดูเธอมั่นใจมากเลย.....
แต่ผมว่าเหมือนแม่หมูสีบานเย็นมากกว่า เธอมักจะให้ผมเป็นคนเลือกสีที่เข้ากับชุดบานเย็นของเธอซึ่งผมดูแล้วมันก็งั้นๆ ใส่อะไรก็เหมือนเดิมอยู่ดี เหมือนเดิมในที่นี้ผมหมายถึงเหมือนหมูน้ำนะ.....ผมมักจะถูกเพื่อนล้อในวงเหล้าว่าเป็น พระอภัยมณีกับนางผีเสื้อสมุทรมั่ง ลูกชิ้นโอเด้งกับไม้เสียบผีมั่ง และพวกแม้งก็จะอำกันไม่หยุด มีอยู่ครั้งหนึงที่ไอ้พวกเพื่อนผมมันอำเรื่องกลัวเมีย ผมก็ฉุนแดะ ยอมได้ไงแม้งอำว่าผมกลัวเมีย คนอย่างผมอ่ะนะไม่กลัวโว้ย!.........เท่านั้นแหละมีก้อนเนื้อลักษณะคล้ายเท้ามนุษย์
สัมผัสเข้าที่หลังของผมดัง...อุ่ก!!! ผมกลิ้งหัวขมำไม่เป็นท่า เธอไม่ใช่ใครที่ไหน? เมียผมเองวันนี้ผมได้สัมผัสกับเท้าช้างแมมมอสของจริง ผมก็ไม่รู้ว่าเธอมาแอบอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ ส่วนพวกเพื่อนตัวแสบของผมก็วงแตกกระเจิงแยกย้ายกันกลับตัวใครตัวมัน ทิ้งความอับอายไว้ในคืนวันนั้น บางทีผมก็อึดอัดกับการโดนสั่งให้ทำโน้นทำนี้ตามความชอบของเธอ ก็จะทำไงได้หล่ะฮะเธอเป็นเมียผมนิ....ผมไม่กลัวเธอนะแต่เกรงใจเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าผมไม่กล้าด่าเธอนะทุกวันนี้ผมยังด่าเธอเกือบทุกวันเลย ทั้งยายกรูปี โคไพร กระซู่ หมูน้ำนรก คางคกยักษ์อเมซอน ยายแมมมอส เจ๊ตุ่ม หมีควาย พยูนน้ำ โอ่งมังกร นางผีเสื้อสมุทร นางเงือกอ้วน ธิดาช้าง สมเส็ด ยังมีอีกมากมายที่ผมใช้ด่าเธอ แต่คำด่าที่ใช้สัพนามเกี่ยวกับตัวเธอทั้งหมดล้วนอยู่ในลำคอผมทั้งสิ้น ผมไม่มีสิทธ์เปล่งเสียงออกมาให้เธอได้ยินได้เลย ถ้าเธอได้ยินน่ะเหรอ?มีหวังคอผมหลุดอยู่ปลายเท้าเธอแน่.......ถึงแม้เธอจะเหมือนอะไรต่างๆนาๆ
ที่ผมหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบ แต่เธอก็ยังเป็นคนเดิม เป็นผู้หญิงคนเดิม คนที่ผมเคยเขียนรูปแล้วส่งให้เธอ ค่อยพูดคำหวานให้เธอได้ยินบ่อยๆ เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ผมละทิ้งทุกอย่างแล้วมาใช้ชีวิตกับเธอแม้กระทั้งศิลปะที่ผมรักมากเช่นกัน เธอคนที่นอนข้างผมอยู่ตอนนี้กับคนที่อยู่ในรูปวาดชิ้นนั้น เปลี่ยนแปลงไปมากเลย แต่ความรู้สึกของผมไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถึงแม้เธอจะอ้วนหรือผอมกว่านี้มากมาย แต่ยังไงผมก็ยังรักเธออยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ผมรัก........ผู้หญิงคนนี้มากมายเหลือเกิน
5 - 6 ธันวาคม 2547
snopbiss
Images of emotional change
edit @ 24 Oct 2007 02:55:46 by snopbiss*
edit @ 24 Oct 2007 02:57:59 by snopbiss*