กลิ่น
" จะเกิดอะไรไหม?.....หากใจฉันต้องการให้เธอ.....เป็นแดดยามเช้าที่สดใส ของฉันทุกวัน "
ผมชอบเนื้อร้องท่อนนี้จัง เขาแต่งออกมาช่างดูโรแมนติก และผมมักจะเปิดเพลงนี้เสมอๆในตอนเช้าพร้อมกับนั่งหน้าบ้าน แดดในยามเช้าสวยจังน่าเพนท์รูป ผมบอกกับตัวเอง
อืม......เพลงก็รักๆแล้ว แล้วคุณอยากฟังเรื่อง รักๆของผมบ้างไหม?หล่ะ มาผมจะเล่าให้คุณฟัง
มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ผมมีความสุขและมิอาจลืม
คุณเคยรู้สึกไหม? ว่าบางครั้งคุณอยู่ใกล้ใครแล้ว ใครคนนั้นมีกลิ่นหอม มันรู้สึกได้
มันคงเป็นความรู็สึกท่ีดีมั้ง
เราสองคนนัดกันไป เพนท์รูปน้ำตกกันซึ่งจริงๆแล้วผมมาเพนท์คนเดียวนั้นแหละ เธอไม่ได้มาเพนท์รูปกับผมหรอก ผมพาเธอมาแค่อยากให้เธอพักผ่อนบ้าง
เราสองคนภาวนาให้ อี- กัจจัง มีแรงขึ้นไปถึงน้ำตก ( อี- กัจจังในที่นี้หมายถึงมอเตอร์ไซค์ Honda 70 เก่าๆหน่อย ) เราสองคนถึงที่หมายกันแล้ว เธอถามผมว่ามีคนเยอะไหม?
“ ไม่หรอก นิดหน่อยมั้ง ? " ผมตอบ บรรยากาศในตอนนั้นเย็นสวย สีเขียวของต้นไม้ดูสงบนิ่ง พอได้ที่แล้วผมก็จัดการ เพนท์รูปซะเลยเดี๋ยวแดดจะหมดซะก่อน เธอบอกผมว่าลืมหยิบหนังสือมา "ไม่เป็นไหร่! ผมมีเพลงฟัง.....แก้เซ็ง "
วันนี้ เธอดูสดใส......จัง เสื้อสีขาวทำให้เธอดูดี มีลายเป็นรถเมล์ สีแดง สไตล์ sixty ผมเอ่ยชมเธอ.......เสื้อสวยดีนะ
เธอบอกว่าซื้อมาจากจตุจัตรหลายปีแล้ว......
“ นานแล้วอ่ะ...ไม่ได้มาที่น้ำตกแบบนี้ รู้สึกดีจัง” เธอเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆของเธอ
ผมบอกให้เธอถอดรองเท้าและเอาเท้าแช่น้ำสิ.......สบายดี นะ
ในความทะเล้นของเธอ เธอรีบถอดเลย มันทำให้ผมขำ.....และยิ้มได้ตลอดเวลา เธอมักจะทำอะไรฮาๆเบ๋อๆเสมอๆ ซึ่งบางครั้งผมชอบนะ แต่บางที่ก็ ( อีนี่มันเป็นอะไรของมันวะเนี้ย ) เวลาผ่านไปนานแล้ว ผมบอกเธอ.....เรากลับกันดีกว่า และไปหาร้านอะไรนั่งคุยกันไหม?
สามทุ่มตรง... เราสองคนนั่งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวถนนนิมมานเหมินทร์ ผมบอกเธอไปว่า บรรยากาศ แสงไฟ และเพลง มันทำให้การสนทนา.....มีรสชาตินะ ผมบอกกับเธอ......ผมชอบร้านนี้นะบรรยากาศแสงไฟดูอบอุ่น........ และมีความเหงาในตัวมัน หลังจากที่เราเลือกร้านกันอยู่นาน
บนโต๊ะไม่มีอะไรเลย นอกจากเหล้า..โซดา..น้ำ และแก้ว 2 ใบ และไฟจากแสงเทียน เธอไม่ชอบ ผมก็ไม่ชอบทานกับแกล้ม ที่โต๊ะจึงมีที่วางแขนได้สบายโขเลย
“ ดีจังเลย รู้ไหม?ไม่ได้มานั่งดื่ม 2 คนแบบนั่งคุยกันอย่างนี้นานแล้วส่วนใหญ่แล้วไปกับเพื่อนมากกว่า”
เธอ พูดพร้อมกับชงเหล้าให้ผม....ผมรับไว้แล้วบอกขอบคุณครับ......เธอเล่าเกี่ยวกับชีวิต
ความรักของเธอให้ฟังผู้ชายคนนั้นเหมือนจะรัก แต่ไม่รัก หรือว่ารักดี (อันนี้ผู้เขียนเขียนเองก็งงเองเหมือนกัน )
“เรารักเขานะแต่ในเวลานี้....ดูเหมือนเราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ไม่มีการติดต่อ ไม่มีการถามถึง" เธอถอนหายใจออกมา......ดูดวงตาเธอเศร้าหม่องไปบางครั้งเราโดนทำร้าย...... พร้อมกับคำด่า เราเกลียดผู้ชาย !ผู้ชายคงเหมือนกันหมดมั้ง?
ไม่นะ!มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก...... ผมเถียง พร้อมอมยิ้ม โดยพูดในใจนี่ไงฉันนั่งอยู่ตรงหน้าเธอนี่ไง.....
แล้วผมก็เล่าถึงเรื่องราวที่ผ่านมาของผมบ้าง ชีวิตของผมตอนนั้น ช่างสดใส ผู้หญิงคนนั้นเธอมีเสน่ห์ และเสียงอันไพเราะมาก เสียงของเธอทำให้เพลิน.......เมื่อเวลาผมนั่งรอเธอคนเดียว รอเธอร้องเพลงที่ผับแห่งหนึ่ง.....เธอทำงานที่นั้น และผมมักจะไปหาเธอเสมอๆ ในคืนนั้นเรานอนกอดกัน เอ่ยความรักต่อกัน...เราคร่ำครวญถึงสิ่งที่ผ่านมา ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม การกอดกันทำให้เห็นถึงความอบอุ่น เธอนิ่งเงียบ.....แล้วบอกให้ผมรับฟังและทำใจนะ.....เธอทำใจได้ไหม?.....อย่าคิดมากนะเธอจูบผม ใจผมเต้นรั่ว....ผมได้กลิ่นของการจากลา เธอนิ่งเงียบ.....เธอเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ “ ฉันมีอะไรกับเพื่อนของเธอ ถึง 2 ครั้ง” ใจผมเต้นช้าลง....น้ำตาไหลลงอาบแก้มมันไหลออกมาเอง
เธอทำร้ายผม เธอทำมันพัง เธอดูถูกความรักของผม ความรักของผมมัน..........ผมหยุดคิดและเอ่ยไปว่า ความรักของผมมันอยู่เหนือ sex บางครั้งผมไม่ได้มี sex กับผู้หญิงที่ผมรักหรอกนะ ผมมักหลงความรักที่เหนือกว่ารัก..............เพราะบางทีมันดูยิ่งใหญ่ ในตัวมัน ผมยังนับถือความรัก ของสาวโสเพณีกับ หนุ่มเปิดโต๊ะโทรศัพท์มือถือแถวหลังมหาลัยเลย มันไม่ใช่หนังเกาหลีที่ใครหลายคนชอบ แต่มันน้ำเน่ากว่านั้น เพราะมันคือความจริง....ทุกวันนี้หนุ่มคนนั้นยังคงเหมือนเดิมทำทุกอย่างเหมือนเดิม เหมือนวันที่เค้าได้รู้จักเธอครั้งแรก จนรู้ว่าเธอทำงานอะไร และยังคงซื้อก๋วยเตี๋ยวไปให้เธอหลังตีสองทุกคืนอยู่เลย เหมือนที่เค้าพบกันใหม่ๆ ทั้งที่เค้ารู้ว่า วันนี้เธอ....คนที่เค้ารักจะเจอใครต่อใครมาบ้าง พวกมันได้ร่างกายเธอจริงแต่ไม่เคยได้หัวใจของเธอซักคน เว้นเค้าเพียงคนเดียว.............
ผมมองออกไปข้างนอกเห็นคู่หนุ่มสาวนั่งคุยกัน แต่ส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงานมากกว่า ผมถอนหายใจ.....และเอามือเท้าคาง
เธอมองผมและไม่พูดอะไร ผมเข้าใจความรู้สึกของเธอ เราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้ว
ผมเสนอว่าให้เราเปลี่ยนเรื่องคุยกัน เธอมองหน้าผม....มือเท้าคางเธอเอ่ยออกมาว่า ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ.....ว่าเราจะมารู้จักกันได้ ผมนิ่งเงียบและยิ้มที่มุมปาก
เธอถามผมว่า.....ถ้าคนเราไม่ได้โทรหากัน หายไปเลยแต่ว่ายังเหมือนเดิม
มันยังเรียกว่ารักอยู่หรือเปล่า?
ผมยกแก้วขึ้นดื่ม.....เพลงนี้ที่ผมชอบลอยผ่านหู ผมบอก
“ผมชอบเพลงนี้นะ”
เธอแย้งขึ้นว่าผมยังไม่ได้ตอบเลยนะเปลี่ยนเรื่องแล้วเหรอ?
ผมยิ้ม......" บางทีมันก็อาจจะเรียกว่ารักก็ได้ ถ้าสองคนยังรักกันอยู่ ความรักของหนุ่มสาวสมัยก่อน เค้าไม่ค่อยเจอกัน....แต่เค้ารักกันมากเลยนะ เค้าแอบมาเจอกันในงานเทศการต่างๆ งานวัด งานประจำปี ซึ่งถ้าเค้า 2 คนได้มาเจอกันผมว่า มันจะเป็นความรักที่สวยงาม ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ "
เธอตั้งใจฟัง คงกำลังคิดถึงเรื่องของเธออยู่ เราเรียกบริกรมาเก็บเงิน ผมบอกเธอว่าผมเลี้ยงเอง เธอบอกไม่เอาดีกว่า เราเถึยงกันอยุ่ซักพัก ผมเสนอ
" งั้นเราจ่ายกันคนละครึ้งนะ " จากนั้นเราลากัน................................................................................................
ผมเคยเขียนนิทานเล็กๆให้เธออ่านมีข้อความว่า
เมื่อคืนผมนอนร้องให้ มันไหลออกมาเอง คุณพระจันทร์เลยถามผมว่า เป็นอะไรร้องให้ทำไม?
ผมตอบ ผมกำลังมีความทุกข์
คุณพระจันทร์ถามผมว่าอยากขออะไรจากฉันไหม?
ผมตอบ งั้นผมขอคุณพระจันทร์อย่างหนึ่งนะ ผมขอ.....ถ้ามีปฎิหาริย์จริงผมขอให้เธอไม่ไปจากผม....จะได้ไหม?
ผมเขียนให้เธอเพราะเธอกำลังจะไปจากเชียงใหม่......ผมได้กลิ่นของการจากลา มันมาถึงแล้ว..........มันเร็วเกินไป
ผมอยากบอกเธอว่า เวลาที่ผมอยู่ใกล้เธอ ผมมีความสุขมากผมเห็นเธอแล้วมันทำให้ผมปลดปล่อยภาวะอันหนักอึ้ง และความเหงาได้ในความรู้สึก เวลาที่อยู่ใกล้เธอ เธอมีกลิ่น.....หอมๆเป็นกลิ่นธรรมชาติซึ่งเวลาที่ได้อยู่ใกล้ผมได้กลิ่นทุกครั้ง......มันเป็นกลิ่นเดิม มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม.....ที่ไม่ใช่การปรุงแต่งมันทำให้ผมอบอุ่นเสมอ
ผมมักแอบมองเธอเวลาเธอมองไปที่อื่นดวงตาเธอดูงดงามมีประกาย ผมแอบมองดูดวงตา ชื่นชมในความรู้สึก บางคราผมอยากเอ่ยชมเธอ บางคราผมอยากควักดวงตาเธอออกมา.....เพื่อไม่ให้มีใครเห็น ดวงตาเธอ เผื่อว่าบางที่เธออาจจะเข้าใจสิ่งที่ผมทำ.....การหยุดคิดมักเกิดจินตนาการ
ทำไม?กวีถึงมีคำที่สุดลึก ยากที่จะเข้าใจ ผมกำลังเป็นแบบนั้น
ผมเป็นคนที่มีความรักอันเพ้อฝัน ความรักที่ไม่เพียงพอ และผมก็ไม่เคยได้ความรักแบบนี้เลย ผมเป็นคนคิดมาก และมักคร่ำครวญกับความรักเก่าๆและทุกครั้งที่รัก มักเจ็บเสมอ..........
คุณเคยรู้สึกไหม?ว่า คนนี้ใช่ ความรู้สึกนั้นเรารู้สึกได้......แล้วเขาก็จากไป......
เธอกำลังไปจากผมแล้ว ผมได้กลิ่นของการจากลาเช่นกัน ผมอยากบอกเธอว่า ชีวิตคนเราเกิดมาครึ่งหนึ่งเพื่อตามหาอีกครึ่งหนึ่งของชีวิต และ ผมได้เจอแล้ว.......คือเธอ
ผมชอบประโยคของคุณ สิริมา อภิจารินที่ว่า
หากคุณรักอะไรอย่างที่สุด ให้ลองปล่อยออกไป ถ้าสิ่งนั้นยังย้อนกลับมาหาคุณ ให้คุณรู้เถิดว่า สิ่งนั้นเป็นของคุณ และผมหวังว่ามันจะเป็นดั่งประโยคนั้น...
...........................................................................................................................
ฉันรักสงบ เหมือนคนบ้าคอยฆ่าเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ดูเวลาที่กำลังตายอย่างทรมาน แล้วก็ค่อยๆตายลง ตายลงอย่างช้าๆ
ฉันนั่งนิ่งไม่มองสิ่งรอบตัวมีเพียงลมหายใจเท่านั้นที่ยังคงเข้าออกตามจังหวะของนาฬิกา ร่างกายไม่สั่งการพร้อมกับลางสังหรณ์ว่าเธอกำลังจากฉันไป
ผมเขียนมันขึ้นมาในค่ำคืนหนึ่ง เพลงที่เปิดจบลงแล้ว ประโยคสุดท้ายที่เราคุยกัน เธอพูดกับผมว่าเธอทำตรงนี้ดีแล้วนะ.....และอย่าให้มันมากไปกว่านี้เลย พอเถอะ................................................................................................................................
ผมนิ่งเงียบ และกล่าวลาเธอ........น้ำตาผมไหลลงสมุดบันทึก.....ผมปิดสมุดบัดทึกลง........
ภาพทั้งหมดที่เราอยู่ด้วยกัน......ค่ำคืนนั้นผมจะไม่มีวันลืมมันเลย
snopbiss
2004